New Media Art ศิลปะเทคโนโลยี

บทความนี้เขียนโดย ผศ.ดร.ธนาสัย สุคนธ์พันธุ์ และ เกียรติยศ พานิชปรีชา เผยแพร่ครั้งแรก ที่นี่ ในชื่อเรื่อง “การนำเทคโนโลยีมาใช้ช่วยในการแสดงผลงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์” เมื่อ 5 มิถุนายน 2016 โดยคอลัมน์ Intelligence and Information ของ Manager Online


ความรู้ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น เรื่อง Computer Vision, Machine Learning, Robotics, Multimedia นอกจากจะนำมาช่วยในงานอุตสาหกรรมและธุรกิจหลักโดยทั่วไปแล้วยังมีนักประดิษฐ์หลายๆท่านนำมาใช้ในงานศิลปะด้วย โดยมักจะใช้ในการแสดงผลงานศิลปะในรูปแบบใหม่ๆที่อาจจะไม่เคยทำได้มาก่อน โดยเฉพาะการที่ผลงานนั้นสามารถมีปฎิสัมพันธ์กับผู้ชมได้มากกว่าเดิม งานเหล่านี้มักอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า New Media Art

ในการนี้ผู้เขียนจะขอนำตัวอย่างงานที่เป็นลักษณะดังกล่าวมาเล่าให้ฟังเพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีและงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว โดยจะยกงานตัวอย่างที่มีชื่อว่า “ลงรักปิดทอง” ที่จัดทำขึ้นมาโดยบริษัท Bit Studio ของเมืองไทย และได้แสดงผลงานนี้ไว้ที่พิพิธภัณฑ์เด็ก, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และ หอศิลป์ตาดู โดยงานดังกล่าวจะเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านทางภาพศิลปะลายไทยแบบลงรักปิดทองที่มีความงดงามอย่างยิ่ง ผู้อ่านสามารถเปิดดูงานนี้เบื้องต้นได้จากวิดีโอข้างล่างนี้

โดยในงานลงรักปิดทองนี้ทางผู้จัดทำต้องการที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมชมผลงานมีส่วนร่วมในผลงานให้มากที่สุด โดยอยากให้ผู้เข้าชมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของผลงานไปในตัว ผู้จัดทำจึงออกแบบระบบที่จะนำผู้เข้าชมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครในงานลงรักปิดทองนี้ และเพื่อที่จะสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับผลงานขึ้นไปอีก ทางผู้จัดทำจึงได้สร้างงานนี้ในลักษณะที่เป็นภาพเคลื่อนไหว (Animation) แทนที่จะเป็นเพียงภาพนิ่งอีกด้วย

ซึ่งงานหลักที่ผู้จัดทำต้องทำก็คือ การที่จะต้องนำเอาผู้เข้าชมแต่ละท่านเข้ามาในภาพลงรักปิดทองนี้แล้วทำให้ตัวละครในภาพมีความเป็นตัวตนของแต่ละท่านให้มากที่สุด ทางผู้จัดทำจึงเลือกที่จะใช้ลวดลายของเสื้อผ้าของผู้เข้าชม ได้แก่ เสื้อ กางเกง หรือ กระโปรง และ อุปกรณ์แต่งกายของผู้เข้าชม เช่น แว่นตา รวมทั้งหนวดเคราของผู้เข้าชม เข้ามาแสดงตัวตนของผู้เข้าชมแต่ละท่านเป็นหลัก

ซึ่งปัญหาที่สำคัญก็คือ จะนำเทคโนโลยีอะไรมาช่วยตรวจจับเสื้อผ้าและอุปกรณ์แต่งกายของผู้เข้าชมโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องใช้คนในการควบคุม ทางผู้จัดทำจึงนำอุปกรณ์อ่านความเคลื่อนไหว 3 มิติ (ในงานนี้ใช้ Kinect) มาช่วยงาน ซึ่งอุปกรณ์นี้จะใช้ในการช่วยตรวจจับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าโดยเฉพาะโครงสร้างของมนุษย์ (ใช้ความรู้ Computer Vision) เพื่อที่จะอ่านได้ว่าเสื้อผ้าของผู้เข้าชมอยู่ตรงไหน จากนั้นยังสามารถนำลวดลายที่อยู่บนเสื้อผ้านั้นๆแปลงออกมาเป็นภาพ (ใช้ความรู้ Computer Graphics) โดยภาพที่แปลงออกมานี้ก็จะสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างเป็นลวดลายแบบลงรักปิดทองเพื่อเพิ่มเข้าไปในตัวละครแต่ละตัวนั่นเอง นอกจากเสื้อผ้าแล้วข้อมูลที่ได้จาก Kinect ที่จับโครงสร้างมนุษย์ได้นี่ยังทำให้รู้ว่าส่วนไหนเป็นศีรษะของผู้เข้าชม เพื่อที่จะหาว่ามี อุปกรณ์แต่งกาย เช่น แว่นตา หรือ มีหนวดเคราอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ (ใช้ความรู้ Machine Learning) เพื่อที่จะนำมาใส่รายละเอียดให้กับตัวละครอีกด้วย และนอกจากนี้เพื่อที่จะเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมเพิ่มเติม ทางผู้จัดทำได้สร้างเว็บแอปพลิเคชันเพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถบังคับการเดินและกดเลือกท่าทางของตัวละครจากมือถือตนเองเพื่อให้ตัวละครนั้นๆแสดงท่าทางเคลื่อนไหวตามที่ต้องการได้อีกด้วย เช่น การยกมือไหว้ หรือ การทำการลอยกระทง เป็นต้น

longrakpidtong1

longrakpidtong2

โครงสร้างมนุษย์ จากการตรวจจับของ Kinect (Credit: By Sang1938 via Wikimedia Commons)
โครงสร้างมนุษย์ จากการตรวจจับของ Kinect (Credit: By Sang1938 via Wikimedia Commons)

longrakpidtong4

longrakpidtong5

longrakpidtong6

จะเห็นได้ว่าการสร้างงานแสดงผลงานในลักษณะนี้จะต้องใช้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี การออกแบบ การเขียนโปรแกรม และ การคำนวน โดยที่คนทำงานทางด้านนี้ควรจะต้องมีความรู้ในศาสตร์เหล่านี้เป็นพื้นฐานและที่สำคัญต้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานศิลปะด้วยจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ได้อีกด้วย