Facebook ฟีเจอร์ใหม่อัปโหลดภาพนิ่งแบบ 360 องศา

บทความนี้เขียนโดย ผศ.ดร.ฐิติรัตน์ ศิริบวรรัตนกุล เผยแพร่ครั้งแรก ที่นี่ ในชื่อเรื่อง “อินเทรนด์ก่อนใครกับฟีเจอร์(เตรียม)ออกใหม่ของ Facebook อัปโหลดภาพนิ่งแบบ 360 องศา” เมื่อ 15 พฤษภาคม 2016 โดยคอลัมน์ Intelligence and Information ของ Manager Online


พ้นวันหยุดยาวช่วงวันฉัตรมงคลและพืชมงคลมาไม่ทันไร กระแสถ่ายทอดสดด้วย Facebook Livestream เพิ่งจะเริ่มซาๆ ไปจากสื่อหลักของไทย แต่ Facebook สื่อสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งที่คนไทยใช้กันมากที่สุดก็ยังแรงดีไม่มีตกค่ะเพราะประกาศเตรียมออกฟีเจอร์ใหม่ให้ใช้กันอีกแล้ว ฟีเจอร์ที่ว่าคือฟีเจอร์การอัปโหลดภาพนิ่งแบบ 360 องศาขึ้นบน Newsfeed นั่นเองค่ะ วันนี้ผู้เขียนเลยจะชวนคุณผู้อ่านมารู้ทันแผนการของ Facebook กันสักหน่อยว่าที่มาที่ไปของฟีเจอร์ใหม่นี้มันเป็นยังไง

ถ้าคุณผู้อ่านเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Mark Zuckerberg ก็จะเห็นนะคะว่าตั้งแต่ปี ค.ศ.2014 เป็นต้นมา Mark จะคอยโปรโมตแว่นตาสามมิติชนิดสวมครอบหัวปิดตามิดชิดชื่อ Oculus Rift ของ Facebook อยู่เรื่อยๆ โดยมันเป็นเป้าหมายหนึ่งของ Mark ค่ะที่ต้องการนำเทคโนโลยีที่เรียกว่าโลกเสมือนจริงหรือ Virtual Reality (VR) มาทำให้ประสบการณ์การใช้งาน Facebook ก้าวไปสู่ความเหมือนจริงในอีกระดับที่สูงขึ้นได้ สมมติถ้าคุณผู้อ่านสวมแว่น Oculus Rift นี้เล่นเกมสักเกมหนึ่ง ก็จะสามารถมองเห็นภาพสามมิติรวมถึงได้ยินเสียงที่สมจริงเสมือนหลุดไปเดินเล่นอยู่ในโลกแห่งเกมสามมิติได้จริงเลยล่ะค่ะ จะหันหน้าไปทางไหนหรือจะวิ่งเดินหน้าหรือถอยหลังภาพก็เปลี่ยนตามไปได้แบบสมจริงสุดๆ

Oculus Rift เวอร์ชันแรกสำหรับคนทั่วไปที่เริ่มจัดส่งแล้วในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยความที่ใส่เทคโนโลยีมาแบบจัดเต็มทำให้มีราคาถึง 599 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกินกว่า 20,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสเปกเทพซึ่งต้องใช้คู่กัน) ซึ่งค่าตัวขนาดนี้แน่นอนว่าผู้ใช้ Facebook ส่วนใหญ่คงไม่สามารถซื้อมาใช้ได้แน่ Facebook เองก็รู้เลยมีโปรโมชันสำหรับคนที่สั่งพรีออเดอร์สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S7 หรือ Galaxy S7 Edge รุ่นล่าสุดจะได้รับแถมฟรี Samsung Gear VR แว่น VR สามมิติที่แค่เอาสมาร์ทโฟน Samsung ใส่เข้าไปก็ใช้ได้แล้ว (แว่นนี้ราคาขายปกติอยู่ที่ 99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3,500 บาท และเทคโนโลยีเบื้องหลังก็ได้ Oculus Rift ของ Facebook ร่วมพัฒนา) ด้วยเทคนิคแจกฟรีนี้ทำให้แว่นสามมิติ VR ถูกกระจายไปสู่ผู้ใช้ทั่วไปได้เป็นจำนวนมากและจำนวนคนที่มีแว่นพวกนี้อยู่ในครอบครองก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นหลักล้านคนได้ในทันทีเลยค่ะ

Mark Zuckerberg กับการเดินหน้าโปรโมตแว่นตาสามมิติ VR (ภาพซ้ายคือ Oculus Rift และภาพขวาคือ Samsung Gear VR)
Mark Zuckerberg กับการเดินหน้าโปรโมตแว่นตาสามมิติ VR (ซ้ายคือ Oculus Rift และขวาคือ Samsung Gear VR)

อ่านถึงตรงนี้เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนก็ยังไม่อิน ยังคิดว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราที่เป็นผู้ใช้ Facebook ทั่วไปที่ไม่สนใจเกมและ VR ล่ะ? ซึ่งประเด็นนี้ Facebook ก็ไม่พลาดค่ะเขาคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าจะทำให้เทคโนโลยี VR นี้เจาะกลุ่มผู้ใช้ Facebook ทั่วไปได้ ถ้าจะลบภาพเดิมๆ ที่ว่า VR มีไว้สำหรับเล่นเกมเท่านั้นออกไปให้ได้ ก็จำเป็นจะต้องมีวิธีอะไรสักอย่างที่ดึงให้ผู้ใช้ Facebook ทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมช่วยสร้างและใช้งานเนื้อหาที่เป็น VR ได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งพาความรู้ทางเทคนิคเฉพาะทางและไม่ต้องลงทุนซื้อหาอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติม ซึ่ง “วิธีอะไรสักอย่าง” ที่ว่านั้นก็คือเทคโนโลยีการถ่ายภาพชนิดหนึ่งที่เรียกว่าการถ่ายภาพแบบ 360 องศา

โดยปกติแล้วการจะสร้างเนื้อหาภาพสามมิติที่สมจริงสำหรับใช้กับแว่นตระกูล VR นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคระดับสูงมากในการสร้างภาพกราฟิกส์และสร้างปฏิสัมพันธ์แบบสามมิติ แต่ถ้ามีกล้องที่เรียกว่ากล้องถ่ายภาพ 360 องศา อย่างน้อยเรื่องยากของการสร้างภาพสำหรับใช้ได้กับแว่นสามมิติ VR ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายทันที ตัวอย่างของเทคโนโลยีถ่ายภาพแบบ 360 องศาที่เชื่อว่าคุณผู้อ่านจำนวนมากคุ้นเคยกันดีก็คือ Google Street View ใน Google map ที่ทำให้เราสามารถดูภาพสถานที่จริงในแผนที่ได้แบบ 360 องศา มองเห็นป้ายบนตึกทุกตึกที่อยู่ล้อมรอบ มองเห็นท้องฟ้าด้านบน และ มองเห็นพื้นถนนด้านล่างด้วย

หลักการทำงานทั่วไปของกล้อง 360 องศาคือการใช้กล้องหลาย ๆ ตัวมาประกอบกันเพื่อถ่ายรูปให้ได้ทีเดียวหลายมุม แล้วจึงนำภาพที่ได้จากแต่ละมุมมาเย็บติดเข้าด้วยกัน (Image stitching) เป็นผืนเดียวด้วยซอฟต์แวร์พิเศษซึ่งถูกสร้างมาเพื่อช่วยให้ภาพเย็บติดที่ได้ออกมานั้นแนบเนียน ถูกต้อง และ บิดเบี้ยวน้อยที่สุด หรือก็คือ แทนที่ภาพที่ถ่ายได้จะเป็นภาพมุมเดียวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหนึ่งแผ่นเรียบ ๆ เหมือนกล้องปกติ ภาพจากกล้องประเภทนี้จะเป็นภาพถ่ายจากทุกมุมรวมมาเป็นพื้นผิวทรงกลมซึ่งประกอบด้วยภาพจากทุกทิศทางทั้งหน้าหลังซ้ายขวาบนล่างมาแปะรวมกันให้หันดูได้รอบทิศเลยค่ะ ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 เป็นต้นมาทั้ง Youtube และ Facebook ก็ประกาศรองรับการอัปโหลดวิดีโอที่ถ่ายจากกล้อง 360 องศานี้แล้ว ถ้าใครมีแว่นสามมิติ VR ก็นำมาสวมและหันหัวดูวิดีโอในมุมที่ต้องการได้เลย แต่ถ้าใครมีแต่สมาร์ทโฟนก็ใช้การขยับสมาร์ทโฟนขึ้นลงซ้ายขวาเพื่อหมุนดูวิดีโอในมุมมองที่ต้องการได้ หรือ ไม่เช่นนั้นก็สามารถใช้เมาส์หรือนิ้วมือจิ้มแล้วลากตรง ๆ เพื่อเปลี่ยนมุมมองภาพวิดีโอไปในทิศทางที่ต้องการได้

หลักการถ่ายภาพแบบ 360 องศาที่ถ่ายทีเดียวได้ภาพทุกมุมมาเป็นพื้นผิวทรงกลม
หลักการถ่ายภาพแบบ 360 องศาที่ถ่ายทีเดียวได้ภาพทุกมุมมาเป็นพื้นผิวทรงกลม

จะเห็นนะคะว่าในปีที่แล้วปี ค.ศ.2015 ได้มีการปูทางสำหรับวิดีโอ 360 องศาเตรียมเอาไว้อย่างดี นอกจาก Youtube และ Facebook ก็ยังมีการทดลองถ่ายทอดสด (VR livestream broadcasting) ทั้งกีฬาและการเมืองหลายรายการในต่างประเทศที่ดูกันแบบ 360 องศาได้ด้วย รวม ๆ กันแล้วก็ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ใช่เกมเมอร์รวมถึงผู้ใช้ทั้งที่มีและไม่มีแว่นสามมิติ VR สามารถร่วมกันสัมผัสประสบการณ์กึ่งสามมิติของ VR ได้อย่างง่ายๆ ซึ่งจากการเคลื่อนไหวของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกแล้วกระแสตอบรับก็ดีเลยค่ะ เพราะเข้าปี ค.ศ.2016 มาไม่เท่าไหร่ทั้ง Nikon และ Samsung ก็ประกาศเตรียมวางขายกล้อง 360 องศาเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้วในชื่อ Nikon KeyMission 360 และ Samsung Gear 360 ไม่เพียงเท่านั้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา Facebook ก็เปิดตัว Facebook Surround 360 กล้อง 360 องศาขนาดใหญ่ของ Facebook เองที่บอกว่าจะไม่ขายแต่จะนำแปลนการสร้างและโค้ดที่ใช้ในการเย็บต่อภาพมาอัปโหลดให้ไปลองสร้างตามกันได้ฟรี ๆ บน Github เรียกว่าทั้งผลักทั้งดันกันเต็มที่เพื่อทำให้กล้องถ่ายภาพ 360 องศาได้เกิด เพราะมันเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปสามารถเข้ามามีส่วนร่วมช่วยสร้างเนื้อหาแบบกึ่งสามมิติที่นำมาใช้กับแว่นสามมิติ VR ได้

Facebook Surround 360 กล้องถ่ายภาพ 360 องศาของ Facebook
Facebook Surround 360 กล้องถ่ายภาพ 360 องศาของ Facebook

และเพื่อตอกย้ำว่า “VR คือเทคโนโลยีสำหรับผู้ใช้ Facebook ทุกคน” เมื่อประมาณวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ Facebook ได้ประกาศฟีเจอร์ตัวใหม่ที่เตรียมจะออกมาให้ใช้ในเร็ว ๆ นี้ โดยฟีเจอร์นี้จะอนุญาตให้อัปโหลดภาพนิ่งที่เป็นภาพ 360 องศาขึ้นไปบน Newsfeed ได้ เวลาดูก็ดูได้ด้วยวิธีเดียวกับการดูวิดีโอ 360 องศาค่ะ คือ ใช้แว่นสามมิติ VR ดูก็ได้ ใช้สมาร์ทโฟนหมุนไปมาแล้วดูก็ได้ หรือ ใช้เมาส์หรือนิ้วจิ้มลากดูก็ได้ แต่ความพิเศษของฟีเจอร์นี้ คือ การอนุญาตให้อัปโหลดภาพพาโนรามาธรรมดาซึ่งถ่ายได้จากโหมดถ่ายภาพพาโนรามาในสมาร์ทโฟนรุ่นหลัง ๆ แล้วเดี๋ยว Facebook จะช่วยทำให้ภาพนิ่งพาโนรามาซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ภาพนิ่งแบบ 360 องศาสามารถจะนำมาดูได้ด้วยแว่นสามมิติ VR หรือดูด้วยการหมุนสมาร์ทโฟนไปมาเสมือนถูกถ่ายมาด้วยกล้อง 360 องศาเลย

ถ้าฟีเจอร์ใหม่นี้ออกมาเมื่อไหร่ คราวนี้ผู้ใช้ Facebook ทุกคนซึ่งมีสมาร์ทโฟน(ที่ถ่ายภาพพาโนรามาได้)อยู่ในครอบครองก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมสร้างเนื้อหากึ่งสามมิติแบบ VR รวมถึงสามารถสัมผัสถึงประโยชน์จากภาพกึ่งสามมิติแบบที่ใช้กับแว่นสามมิติ VR ได้นะคะ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ทั้งทำให้ผู้ใช้ Facebook ทั่วโลกรู้จักกับเทคโนโลยีภาพ 360 องศามากขึ้น และ ทำให้เนื้อหาสำหรับใช้ดูได้ด้วยแว่นสามมิติ VR เพิ่มมากขึ้นจากภาพพาโนรามาของผู้ใช้ Facebook ทั่วไป แต่ผู้เขียนเชื่อว่า Facebook และ Mark Zuckerberg จะไม่หยุดแค่นี้ค่ะ ยังคงต้องรอลุ้นกันต่อว่า Facebook จะออกโปรโมชันลดแลกแจกแถมหรือออกฟีเจอร์อะไรมาช่วยเสริมทัพแว่นสามมิติ VR นี้เพิ่มอีกในอนาคต