(ตอนที่ 1) ต้อนรับปี 2016 สู่เทคโนโลยี VR และ AR

บทความนี้เขียนโดย ผศ.ดร.ฐิติรัตน์ ศิริบวรรัตนกุล เผยแพร่ครั้งแรก ที่นี่ ในชื่อเรื่อง “(ตอนที่ 1) ต้อนรับปี 2016 กับก้าวสำคัญของ Apple, Facebook, Google, Samsung และ Sony สู่เทคโนโลยี VR และ AR” เมื่อ 6 ธันวาคม 2015 โดยคอลัมน์ Intelligence and Information ของ Manager Online


เผลอแผล็บเดียวก็เดือนธันวาคมแล้วนะคะ อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเข้าสู่ปีใหม่ปี 2016 กันแล้ว ในปี 2015 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ถ้าไม่นับกระแสของ Apple Watch หรือนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะจากบริษัท Apple ที่เป็นที่จับตามองอย่างมากในช่วงการวางจำหน่ายเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกกระแสหนึ่งที่แม้จะมาอย่างช้า ๆ แต่ก็เป็นที่ถูกจับตามองและร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือกระแสของเทคโนโลยีที่เรียกว่า Virtual Reality (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง และ Augmented Reality (AR) หรือเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมนั่นเองค่ะ

สำหรับคุณผู้อ่านที่ยังไม่คุ้นหูกับคำว่า VR และ AR ผู้เขียนขออธิบายง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ VR คือการที่คอมพิวเตอร์พยายามสร้างโลกเสมือนที่เหมือนจริงเอามาก ๆ ชนิดที่ว่า ถ้าเผลอหลงเข้าไปเราอาจจะถึงกับแยกไม่ออกเลยก็ได้ค่ะว่านี่เรากำลังอยู่ในโลกจริงหรือโลกเสมือนในคอมพิวเตอร์กันแน่ ส่วน AR นั้นจะตรงข้ามไป โดยจะไม่เอาพวกเราเข้าไปหลงอยู่ในโลกของคอมพิวเตอร์ แต่จะเอาโลกในคอมพิวเตอร์ออกมาปะปนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงแทน โดยยิ่งทำ AR ได้เนียนมากเท่าไหร่ก็แปลว่าอีกหน่อยเราอาจจะแยกด้วยตาเปล่าไม่ออกแล้วค่ะว่าวัตถุที่เห็นอยู่นี้เป็นวัตถุจริงที่จับต้องได้หรือเป็นแค่วัตถุเสมือนจากการสร้างภาพของคอมพิวเตอร์กันแน่ ซึ่งถ้าจะพูดถึงเทคโนโลยีที่มาแรงและเป็นที่น่าจับตามองมากที่สุดในโลกของ VR/AR ตอนนี้ก็คงไม่พ้นตระกูลแว่น VR/AR หรือแว่นสวมหัวครอบดวงตาที่จะทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นภาพและได้ยินเสียงชนิดสมจริงสุด ๆ แบบสามมิติได้ โดยแว่น VR/AR บางตัวนั้นมีเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงคอยจับการเคลื่อนไหวของศีรษะด้วย ทำให้ไม่ว่าเราจะหันซ้ายหรือขวา ก้มหน้าหรือเงยหน้ายังไงก็จะเห็นภาพสามมิติในมุมมองที่เปลี่ยนไปได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้เขียนคิดว่ามีส่วนทำให้แว่น VR/AR เข้ามาอยู่ในความสนใจหลักของแวดวงเทคโนโลยีโลกได้นั้นน่าจะย้อนไปในช่วงปี 2014 ค่ะ ทั้งการที่ Facebook เข้าซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ตอัป (Tech Startup) ชื่อดังด้าน VR อย่าง Oculus VR ด้วยจำนวนเงินถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 71,000 ล้านบาท) ในเดือนมีนาคม 2014, การเปิดตัวโปรเจ็กต์ Morpheus (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น PlayStation VR) หรือแว่น VR สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะจาก Sony ในเดือนมีนาคม 2014, การเปิดตัว Google Cardboard แว่น DIY VR ที่ตัดประกอบเองได้ง่ายๆ จากกระดาษกล่อง ใช้งานคู่กันกับสมาร์ทโฟนในเดือนมิถุนายน 2014, และการเปิดตัว Samsung VR Gear เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาและสำหรับกลุ่มผู้รักเทคโนโลยีได้ทดลองใช้ก่อนในเดือนกันยายน 2014

ที่มาของภาพ: http://www.itpro.co.uk/ , www.engadget.com , http://www.rapidvaluesolutions.com/ , www.pcadvisor.co.uk
ที่มาของภาพ: http://www.itpro.co.uk/ , www.engadget.com , http://www.rapidvaluesolutions.com/ , www.pcadvisor.co.uk

ซึ่งจากวันนั้นในปี 2014 จนถึงวันนี้ที่กำลังจะเข้าสู่ปี 2016 แล้ว ข่าวสารในวงการแว่น VR/AR ก็ไม่ได้ขาดหายไปไหนแถมมีแต่จะทวีความร้อนแรงขึ้นค่ะ ทั้ง Facebook, Sony, Google และ Samsung ต่างก็มีข่าวการทดสอบและพัฒนาแว่น VR ของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะทาง Facebook ที่หัวเรือใหญ่อย่าง Mark Zuckerberg ให้การสนับสนุนแว่น Oculus Rift กันอย่างเต็มที่โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับของ Facebook ให้สามารถสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อคนทั้งโลกได้อย่างเสมือนจริงมากขึ้นไปอีก ซึ่งก็ไม่เฉพาะ 4 บริษัทนี้นะคะ แต่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ ในโลกทั้ง LG, Panasonic, HTC, Huawei รวมถึง Microsoft ต่างก็มีการประกาศตัวต้นแบบหรือโปรเจ็กต์ในลักษณะเดียวหรือใกล้เคียงกันกับแว่น VR/AR เหล่านี้ออกมาเช่นกัน

ที่มาของภาพ: http://www.bbc.co.uk/
ที่มาของภาพ: http://www.bbc.co.uk/

ปี 2016 ที่กำลังจะถึงนี้เป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญของวงการ VR/AR ที่หลายคนยกให้เป็น Year of VR Hardware หรือปีแห่งฮาร์ดแวร์ทางด้าน VR ซึ่งแน่นอนค่ะว่ามีแว่น VR/AR เป็นไฮไลท์หลัก โดยเริ่มปฐมบทก่อนรับปีใหม่ด้วย Samsung VR Gear แว่น VR สำหรับใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟน Samsung ที่เพิ่งจะออกวางจำหน่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จากนั้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2016 ก็ถึงเวลาของของจริง โดยมีกำหนดการออกสู่ท้องตลาดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปครั้งแรกของแว่น VR/AR จาก 3 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ เจ้าตลาดใหญ่อย่าง Oculus Rift แว่น VR เวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไปโดย Facebook, HoloLens แว่น AR จาก Microsoft ที่กำหนดจะวางจำหน่ายพร้อมซอฟต์แวร์สำหรับนักพัฒนาในไตรมาสเดียวกัน และ Valve / HTC Vive แว่น VR จาก HTC ด้วย นอกจากนี้ทาง Sony เองก็มีกำหนดจะออกวางจำหน่าย Sony PlayStation VR แว่น VR สำหรับใช้เล่นเกมโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2016 นี้เช่นกัน เรียกว่ายกขบวนมาให้ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราได้เลือกซื้อมาลองใช้รับปีใหม่กันมากมายเลยค่ะ

ในขณะที่หลายๆ กระแสต่างเห็นพ้องว่า VR/AR คือเทคโนโลยีที่มีศักยภาพจะเติบโตยิ่งใหญ่ในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ผู้ใช้ทั่วไปได้เหมือนที่สมาร์ทโฟนเคยทำมาก่อน ในช่วงที่เหมือนยุคขุดทองทางด้าน VR/AR ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกต่างก็หันมาลงทุน พัฒนาและประชาสัมพันธ์ VR/AR กันเต็มที่ แต่คุณผู้อ่านสังเกตไหมคะว่าที่เล่ามาทั้งหมดนี้ยังขาดตัวผู้เล่นสำคัญคนหนึ่งไป นั่นก็คือ ขาดบริษัท Apple นั่นเอง ในตอนหน้าผู้เขียนจะมาเล่าต่อถึงบริษัท Apple บ้างค่ะว่ายักษ์ใหญ่ที่ถือได้ว่ามีอิทธิพลสูงในการกำหนดเทรนด์โลกเทคโนโลยีปัจจุบันนี้เขาจะมีท่าทีหรือความเคลื่อนไหวในด้าน VR/AR เหมือนกับคนอื่น ๆ บ้างหรือไม่